Fic

"Lolita's Talk"

ช่วยเม้นท์กันหน่อยน้า
จาได้มีกำลังใจเขียนต่อ >_<
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะ
ในหัวมีพล๊อตเต็มไปหมดเลย
เลือกไม่ถูกว่าจะเอาตรงไหนมาเขียนต่อดี
ใครชอบคู่มิก+เซีย ตอนหน้าห้ามพลาดนะ
บอกได้แค่นี้หล่ะ อิอิ

.


นายชื่ออะไรนะ? แจจุงถามอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าที่เขาได้ยินนั้น ถูกต้องทุกกระบวนความ

ชอง ยุนโฮครับ ชายหนุ่มหน้าทะเล้นตอบ

ทำไมเหรอครับ? เขายิงคำถามกลับไปที่แจจุง

. แจจุงยังอึ้งอยู่ สายตาของเขามองที่ยุนโฮไม่กระพริบ

ยุนโฮเอาหน้าเข้ามาใกล้แจจุงมากขึ้นจนจมูกของเขาทั้งคู่จะชนกันอยู่แล้ว

หน้าผมมีอะไรติดเหรอครับ เห็นจ้องตาไม่กระพริบ ยุนโฮถาม

อ่ะ เปล่าๆๆๆๆ ไม่มีอะไรหรอกๆ แจจุงรีบหลบสายตาทันที

แล้วเป็นอะไรไปรึเปล่า หน้าแดงเชียว ยุนโฮสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคนสวยที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดเจน

นี่ๆ จะมายืนจีบอะไรกันแถวนี้จ๊ะ หลบทางเดินหน่อยสิ ฮีซอลแซวทันทีที่เห็นทั้งคู่ยืนหน้าจะชนกันอยู่แล้ว

อ่ะ! พี่ฮีซอลพูดอะไรหน่ะ น่าเกลียด! แจจุงติงพี่คนสวยด้วยความเขินอาย

คือ..คือ เขามาสมัครเป็นนักร้องที่ร้านเราหน่ะครับ แจจุงรีบเปลี่ยนเรื่อง

อ๋ออออ ฮีซอลลากเสียงยาว

ฉันก็นึกว่าจะมาจีบน้องสาวคนสวยของฉันหน่ะสิ ฮีซอลยังไม่เลิก

ไปกันใหญ่แล้วพี่ อย่าเรียกผมแบบนั้นสิ น่าอายจะตาย

ปกติเขาจะชินแล้วกับการที่คุณมิอิม และฮีซอลเรียกเขาว่า คนสวย แต่การที่ต้องมาถูกเรียกแบบนี้ ต่อหน้าคนอื่น ทำให้เขาอายมาก

โฮะๆๆๆ ฮีซอลหัวเราะชอบใจที่เห็นแจจุงอายม้วนซะขนาดนั้น

ไม่เป็นไรหนิครับ พี่เขาพูดความจริงหนิ หุหุ ยุนโฮพูดขึ้นมา

ง่ะ. แจจุงถึงกับอึ้งกับคำพูดของยุนโฮ

-////- ตาบ้า! ฉันเป็นผู้ชายนะ แจจุงสับสนว่าเขาโกรธหรือเขินกันแน่

ก็ไม่เป็นไรหนิครับ ก็นายสวยจริงๆหนิ ยุนโฮยังตอบหน้าตาเฉย

เอ่าๆ ข้างหน้าร้านมีอะไรกันหน่ะ เสียงดังมาถึงข้างหลังเลย เสียงของคุณมิอิมดังมาจากหลังร้าน

คือ.มีคนสมัครเป็นนักร้องที่ร้านเราหน่ะครับ แจจุงรีบตอบคุณมิอิมทันที

อ๋อๆ บอกให้เขารอหลังเลิกร้านได้รึเปล่า? วันนี้ร้านเรายุ่งมากเลย คุณมิอิมตะโกนบอกมา

แจจุงเธอช่วยพาเขาไปรอที่ห้องทำงานฉันก่อนแล้วกันนะ

ครับๆ แจจุงตอบรับ แล้วรีบเดินนำหน้าชายร่างสูงไป

ชายล่างเล็กเดินนำทางมาโดยที่ไม่ได้หันไปมองเลยว่าอีกคนเดินตามมารึเปล่า ระหว่างทางที่จะถึงห้องทำงานของคุณมิอิม ชายร่างสูงคว้าข้อมือของชายล่างเล็กขึ้นมา

!!

นายคือคิม แจจุงเหรอ?

อ่ะ ใช่แล้วมาจับมือฉันทำไม! แจจุงรีบสะบัดมือออกทันที เขาไม่ชินที่จะให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัวซักเท่าไหร่

เปล่าครับ ไม่มีอะไรหรอก ชายร่างสูงยิ้มกรุ่มกริ่ม

ทำไม! มีอะไรก็พูดมาสิ ยืนยิ้มบ้าอะไรของนาย! แจจุงเริ่มโมโหซะแล้ว แต่ใบหน้าของเขาเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นถึงเลือดที่สูบฉีดเพราะความเขินอาย

ยุนโฮยื่นหน้ามาใกล้ๆ พร้อมทั้งเอาริมฝีปากมาข้างๆหูของแจจุง ทำให้แจจุงขนลุกไปทั้งตัว เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครเอาหน้ามาใกล้เขาขนาดนี้มาก่อน

ผมแค่จะบอกว่า ฟังเสียงในโทรศัพท์ไม่คิดว่าตัวจริงจะน่ารักขนาดนี้

!!! -////- แจจุงถึงกับอึ้ง ก็เคยได้ยินว่าคนนู้นคนนี้บอกว่าเขาน่ารัก (ไม่ค่อยเลยนะพ่อคุณ) แต่ก็ไม่เคยรู้สึกอายขนาดนี้มาก่อนเลย

ไอบ้า! พูดอะไรของนายหน่ะ ถอยออกไปเลยนะ! แจจุงผลักยุนโฮเต็มแรง คงเป็นเพราะเขาเขิน เขาไม่ได้นึกจงเกลียดจงชังกับนายคนนี้หรอก แต่การที่ชายร่างสูงไม่ทันตั้งตัว เขาเลยเซไปตามแรงผลักของชายร่างเล็ก

#พลั่กกกกกก#

ศีรษะของชายร่างสูงไปกระแทกกับตู้วางของที่อยู่บริเวณทางเดินอย่างจัง

!!!! แจจุงตกใจกับสิ่งที่เขาทำลงไป เขาไม่คิดว่าชายตัวโตจะถูกแรงคนตัวเล็กๆอย่างเขาผลักไปได้ไกลขนาดนี้

โอ๊ยย!! ยุนโฮร้องออกมา

ฉันขอโทษ!!!! แจจุงรีบวิ่งไปประคองชายร่างสูงทันที

นายเป็นอะไรมากรึเปล่า!
ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ เจ็บมากรึเปล่าอ่ะ!

หัวแตกรึเปล่าอ่ะ เอามือออกสิ ให้ฉันดูหน่อย

น้ำใสๆเริ่มหล่ออยู่ที่ตาของแจจุง เขาไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บเพราะเขา เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องออกมาเลวร้ายขนาดนี้ นี่เขาทำเกินไปเหรอ นายคนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลยหนิ

ชายร่างสูงยังไม่ยอมเอามือที่กุมหน้าผากออก

ฉันหัวแตกไป นายจะรับผิดชอบมั๊ย ยุนโฮถาม

รับผิดชอบสิ ฉันเป็นคนผลักนายเองหนิ ฉันขอโทษนะ แจจุงเริ่มสะอึกสะอื้น

งั้นนายต้องเลี้ยงข้าวฉัน ยุนโฮพูดขึ้น

ได้ๆๆๆ จะให้ทำอย่างอื่นก็ได้ แจจุงรีบรับปากทันที

//เอ๊ะ!....หัวแตกกับเลี้ยงข้าวมันเกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย// แจจุงคิดในใจ เขาเริ่มไม่มั่นใจกับลูกไม้ของหมอนี่ซะแล้ว

ไหนนายเอามือออกซิ! แจจุงพูดพร้อมกับดึงมือของยุนโฮออก ไม่มีเลือดซักกะหยด มีแค่รอยแดงนิดหน่อย จะเรียกว่าหัวโนก็ได้ แต่ไม่ถึงขั้นห้อเลือดหรืออะไรรุนแรง

ไอบ้า ไม่ได้เป็นไรซะหน่อย! แจจุงโมโห หลอกว่าเจ็บไม่พอ ยังทำให้เขาเกือบร้องไห้แล้วด้วย

แต่ฉันก็เจ็บอยู่ดีนะ นายผลักหัวฉันมากระแทกแบบเนี่ย ชายร่างสูงเริ่มเรียกร้องสิทธิของตัวเอง

อ่ะ ก็ฉันขอโทษไงเล่า ก็นายแหล่ะเอาหน้ามาใกล้ๆฉันทำไมหล่ะ

ไม่รู้แหล่ะ นายสัญญาแล้วว่าจะเลี้ยงข้าวฉัน ยุนโฮเริ่มทำหน้างอนตุ้บป่องเหมือนเด็กๆ

อะไรหล่ะ ก็นายแหล่ะมาแกล้งฉันก่อนทำไมหล่ะ

ต๊าย ตาย อะไรกันเนี่ย!??

เด็กสมัยนี้ไวไฟกันจริงๆเลยน้าาาา จะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ฮีซอลเจ้าเก่า

แหม มาหลังร้านแป๊บเดียว แถมเพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมงซะเลยด้วยซ้ำ

พี่ฮีซอล!! แจจุงอายหนักกว่าเดิม

แหมๆ ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจดีว่าฮอร์โมนมันพลุ่งพล่านหน่ะ วัยหนุ่มสาวเนี่ย โฮะๆๆ ฮีซอลกวน

เอาเหอะๆ ฉันแค่จะมาบอกว่าคุณมิอิมจะมาที่ห้องแล้วแค่นั้นหละจะ

แจจุงพยุงตัวขึ้นมาแล้วรีบเดินออกจากบริเวณนั้นทันที แต่ยุนโฮคว้ามือของแจจุงขึ้นมาแล้วเอานิ้วของเขาเกี้ยวก้อยกันกับแจจุง

นายสัญญากับฉันแล้วนะ

แล้วเขาก็เดินเข้าห้องทำงานคุณมิอิมไป ปล่อยให้แจจุงอยู่กับฮีซอล ซึ่งแน่นอนอย่างฮีซอลเหรอ จะไม่อยากรู้ว่าไปสัญญาอะไรกัน -__-

แจจุงกลับมาจัดเก็บร้าน เก็บจาน ปัดนี่ถูนั้นไปเรื่อย แต่ก็มีพี่สาวตัวแสบเดินตามต้อยๆ พร้อมกับคำพูดเดิมๆ

นี่ๆ แจไปสัญญาอะไรกับเขาเหรอ บอกหน่อยสิๆๆๆๆ

ไม่มีอะไรหรอกพี่ เขาก็พูดไปเรื่อยเปื่อย

อย่ามาหลอกฉันเลย แจโกหกไม่เนียนนะ รู้ตัวรึเปล่า

. จริงอยู่ เขาเป็นคนไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องโกหกเลย

แต่เอาเหอะนะ ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ฉันไปสืบของฉันเองก็ได้ โฮะๆ ว่าแล้วฮีซอลก็กลับไปนั่งแท่นประจำตำแหน่งของเธอต่อไป (ประมาณว่าแคชเชียร์แล้วกันนะ -__-)

-----------

ไฟที่หน้าร้านถูกปิดลงทีละดวง ประตูไม้บานใหญ่หน้าร้านก็ค่อยๆเลื่อนปิด ภายในร้านมีสองสาว(??) กำลังช่วยกันเก็บร้าน แจจุงกำลังยุ่งอยู่กับการทำความสะอาดโต๊ะ ส่วนทางฮีซอลก็เดินเข้ามาข้างหลัง

แจว่าเขาจะได้ทำงานที่ร้านเรารึเปล่า?

ผมจะไปรู้เหรอพี่ฮีซอล มันขึ้นอยู่กับคุณมิอิมตั้งหากหล่ะ

แล้วแจไม่อยากให้เขาทำที่ร้านเราเหรอ?

ก็เรื่องของเขาสิ ไม่เกี่ยวอะไรกับผมหนิ แจจุงพยายามเบือนหน้าหนีฮีซอลอยู่ตลอด

ฉันบอกแล้วไง ว่าแจโกหกไม่เนียน คริคริ

//พี่ฮีซอลมีแผนอะไรอยู่แน่ๆเลย เสียงหัวเราะแบบนี้ -_-//

เขาจะทำที่นี้ หรือไม่ได้ทำ ก็ไม่ทำให้ผมได้เงินเดือนเยอะขึ้นซะหน่อย แจจุงบอกฮีซอลตัดรำคาญ

เหรอจ๊ะแต่ฉันคิดว่าแจจะได้อย่างอื่นแทนหน่ะสิ ฮีซอลเริ่มขึ้นเสียงสูง แสดงถึงความคิดในหัวของเธอกำลังทำงาน

-////- ได้อะไรพี่ ไปกันใหญ่แล้วนะ ถึงจะไม่รู้ว่าฮีซอลคิดอะไรอยู่ แต่แจจุงก็พอจะเดาความคิดของพี่สาวคนนี้ได้ เพราะฮีซอลเป็นสาวกYตัวยง

แหม แล้วหน้าแดงทำไมหล่ะ ฉันยังไม่ทันพูดเลยว่าได้อะไร โฮะๆ

สองสาวมาทางนี้หน่อยเร็วเข้า เสียงเรียกของคุณมิอิมดังขึ้น

มาลองฟังดูสิ ว่าหนุ่มน้อยคนนี้ร้องเพลงเป็นไงบ้าง จะได้ช่วยกันตัดสินใจ

ทั้งสองคนค่อยๆเดินไปที่เก้าอี้ว่างที่อยู่บริเวณหน้าเวที ถึงจะเป็นเวทีที่ไม่ได้ใหญ่โตหรือหรูหราอะไรมากมาย แต่ถ้าได้ขึ้นไปร้องเพลงบนนั้น แล้วมีคนนั่งฟังเต็มไปหมด ก็คงสร้างความภูมิใจให้กับผู้ร้องได้ไม่มากก็น้อย

ไฟบนเวทีถูกเปิดขึ้น ปรากฏหนุ่มร่างสูงนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงในมือของเขามีกีต้าร์คู่ใจ ท่ามกลางความเงียบสงบหนุ่มร่างสูงค่อยๆบรรจงดีดสายกีต้าร์ ทำให้ห้องที่เคยเงียบสงบมีเสียงกีต้าร์บางๆเบาๆล่องลอยไปทั่ว

//อ่ะไม่เหมือนกันเลย//

//ไม่เหมือนตาบ้าที่ชอบทำหน้าทะเล้นคนเดิมเลย// แจจุงถึงกับตกอยู่ในภวังค์ เขาไม่เชื่อสายตาว่านี่คือหนุ่มหน้าทะเล้นคนเดิมที่เขาเพิ่งเจอมาไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

แน กา กุม กวอ วาซ ดอน แม อี รี ออ นือ แซ ยอ กี คือ แด จา พึน โซ นือ โร นือ กยอ จยอ ถ้อยคำที่ถูกจัดเรียงอยู่บนตัวโน้ต ค่อยๆถูกลำเลียงผ่านน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ออกมาทีละคำสองคำ

ออ จอ มยอน นอ มู มอล จี โมล รา มัล ฮา จี โมซ แฮซ จโย ซุม กยอ วาซ ดอน กือ มา อึม โด โม รึน แช โร

Someday I'll lay my love on you. Baby I don't wanna lose it

//ไม่ใช่.ทำไมเสียงที่ทุกทีฟังแล้วกวนประสาทของหมอนี่ เวลามาร้องเพลงจะเพราะได้ขนาดนี้// แจจุงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

พอแล้ว เสียงคุณมิอิมเอ่ยขึ้นมา

//ทำไมหล่ะคุณมิอิมไม่พอใจงั้นเหรอ//

//ไม่นะ งั้นก็หมายความว่าหมอนี่จะไม่ได้ทำงานที่นี้หน่ะสิ!!// แจจุงหน้าเสียทันทีที่ได้ยินเสียงของคุณมิอิม

ยุนโฮ.เธอลงมาจากเวทีแล้วมาตรงนี้หน่อย...

[[TO BE CONTINUED]]

งั่มๆ


#ปิ๊บๆๆ ปิ๊บๆๆ#


//เสียงไรเนี่ย น่ารำคาญจริงเลย คนกำลังนอนสบายๆ//
//เอ๊ะ! เสียงคุ้นๆนี่หว่า.//


ว๊ากกกกก!! แจจุงร้องเสียงหลง

นี่มันกี่โมงเข้าไปแล้วเนี่ย!! ปากก็บ่น มือก็คลำหาโทรศัพท์ที่กำลังเรียกปลุก

หาาาาาา นี่มันจะบ่ายโมงแล้วหนิ!! คนสวยของเราตอนนี้ไม่เหลือสภาพซะแล้ว ทั้งหัวที่ยุ่งเหมือนรังนก ไหนจะเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี้

ตายแน่เลย อาจารย์วิชานี้ยิ่งโหดๆอยู่ด้!

ทันทีที่จบคำพูด แจจุงก็รีบวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไปทำภารกิจส่วนตัวทันที

-- มหาวิทยาลัย xx -- เวลา 13:15.


แฮ่กๆๆๆๆ เสียงหอบของแจจุงดังมาแต่ไกล

//เพราะตายุนโฮไรนั่นคนเดียว ทำให้ฉันต้องตื่นสาย// (ได้ข่าวว่าเธอเองที่นอนดึก -_-)

//ไม่อยากขาดเล็คเชอร์วิชานี้เลย เพราะเห็นรุ่นพี่บอกว่าสอบยากมากซะด้วย//
//ตายแน่ๆเลยฉัน// แจจุงวิ่งไปนึกนู้นนี่ไปเรื่อย

เฮ้ยยยยย!!!

#โครมมมม# 

แจจุงวิ่งชนกับอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง เป็นเพราะเขามัวแต่คิดนู้นคิดนี่ตลอดทาง จนทำให้เขาไม่ได้มองทางข้างหน้า

อูย ขอโทษครับ แจจุงกล่าวขอโทษ พร้อมทั้งพยุงตัวเองขึ้นมาจากพื้น

ผมขอโทษจริงๆนะครับ แจจุงกล่าวคำขอโทษอีกครั้ง เพราะเขารู้ตัวดีว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องขึ้น พร้อมทั้งยื่นมือเพื่อจะพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา

#ผลั่ก!#

แต่อีกฝ่ายกลับไม่ต้องการ เขาปัดมือของแจจุงออกอย่างแรง

ไม่ต้อง.ผมลุกเองได้ ชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาตอบอย่างหน้าตาเฉย

//หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดี ทำไมนิสัยแบบนี้เนี่ย// แจจุงคิดในใจ แต่เขาก็ยังรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิด

ชายหนุ่มร่างสูงลุกขึ้น พร้อมกับจัดแว่นตาให้ตรง มือก็ปัดเสื้อแจ๊คเก็ตหนังสีดำที่เปรอะ

ผมขอโทษนะครับ ผมไม่ได้มองทางอ่ะ เลยเป็นแบบนี้ แจจุงขอโทษอีกครั้ง

. ไม่มีเสียงตอบจากชายหนุ่มคนนั้น

ชายหนุ่มร่างสูงค่อยๆก้มลงไปเก็บหนังสือที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น

เดี๋ยวผมช่วยนะครับ แจจุงก้มตัวลงไปเพื่อจะช่วยเก็บ

ผมบอกว่าไม่ต้องไง ชายร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

อ่ะ. แจจุงจึงไม่กล้าเอื้อมมือไปช่วย

ชายร่างสูงเก็บหนังสือเสร็จแล้วเดินจากไปทันที ไม่มองแม้แต่หน้าของแจจุง

ทำให้แจจุงงงไม่ใช่น้อย ก็รู้ว่าเป็นฝ่ายผิด แต่ทำไมต้องทำตัวเย็นชาขนาดนี้ด้วยเนี่ย

เอ๊ะ นี่บัตรอะไรตกอยู่หน่ะ แจจุงเหลือบไปเห็นบัตรใบหนึ่งตกอยู่แถวนั้น

แจจุงค่อยๆก้มตัวลงมาเก็บบัตรใบนั้น

ชิม ชางมิน แจจุงอ่านชื่อจากบัตรนักศึกษา

//หืม นี่เด็กปีหนึ่งเองเหรอ? ทำไมตัวสูงขนาดนั้นเนี่ย//

//เอ้ย! ฉันต้องคืนบัตรให้มันดิฟะ ไม่ใช่นั่งชมอยู่//

นาย.... แจจุงรีบหันไปเรียกหนุ่มร่างสูง แต่ไม่ทันซะแล้ว

หนุ่มร่างสูงหายไปไร้ร่องรอย

//หายไปไหนของเขาเนี่ย ไวจริงๆ//

//ไว้เอาค่อยหาวิธีคืนเขาดีกว่า //

//ว่าแต่เรากำลังรีบอยู่ไม่ใช่หรอ?// แจจุงเพิ่งนึกได้ว่าเขากำลังสายแล้ว

เวรกรรม! บ่ายโมงจะครึ่งแล้ว แจจุงร้องเสียงหลงเมื่อหันไปดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ

ว่าแล้วก็รีบวิ่งไปที่ห้องเล็คเชอร์

-- โรงอาหาร -- เวลา 17:30.

เฮ้ออออ แจจุงถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมทั้งวางกระเป๋าใบโตลงบนโต๊ะ

เป็นอะไรไปหล่ะ? จุนซูที่นั่งรออยู่แต่แรกถามเพื่อนคนสนิท

วันนี้ฉันซวยทั้งวันเลยอะ แจจุงบ่นพร้อมทำหน้าเบ้

ทำไมอ่ะ เจออะไรมาเหรอ? จุนซูถามพร้อมทำหน้าปลาโลมาขี้สงสัย (ไปนึกกันเอาเอง -_-)

ไหนจะเข้าเรียนสาย ไหนจะเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วเมื่อตอนเที่ยงวิ่งชนกับคนเย็นชาอีก แจจุงบ่น

คนเย็นชา? จุนซูงง

ใครเหรอคนเย็นชาที่นายว่า เป็นนิสัยของจุนซูอยู่แล้ว ที่จะสงสัยไปได้ทุกเรื่อง

เอ่า ไอคนนี้เนี่ยแหละ แจจุงตอบพร้อมกับโยนบัตรนักศึกษาให้จุนซู

!!!! จุนซูอึ้งทันทีที่เห็นหน้านายชางมินในบัตรนักศึกษา

แจจุงงงกับท่าทางของเพื่อนเขา นายชางมินคนนี้มันเป็นใครสำคัญเหรอไง?

เป็นไรไป ทำหน้าอย่างกับเห็นผี แจจุงถาม

นายไม่รู้จักชิม ชางมินเหรอ? จุนซูถามกลับ

ไม่อ่ะ ทำไมเหรอเขาเป็นใคร? แจจุงตอบพร้อมทั้งส่ายหน้า

ชิม ชางมิน นายแบบที่กำลังมาแรงไง เขาถ่ายลงหนังสือตั้งหลายเล่มอ่ะ

ว่าแล้วจุนซูก็หยิบนิตยสารวัยรุ่นจากกระเป๋าของเขาขึ้นมา

นี่ไงๆ จุนซูชี้ให้แจจุงดูภาพในนิตยสาร

//เออหว่ะ นี่มันไอคนเย็นชานั่นจริงๆด้วย//

//ดูดีดีมันก็หล่อเหมือนกันนะ -///-//

//ไม่สิ หล่อแต่ทำหน้าไม่รับแขกแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์หรอก//

//ดูสิทำท่าเก๊กอีก ภาพนี้ก็เก๊ก// แจจุงดูไปวิจารณ์ไป (วิจารณ์ซะเละเชียวพ่อคุณ)

นี่แจ

หืม? อะไรเหรอ? แจจุงได้สติทันทีที่จุนซูทัก

นี่ใกล้เวลานายต้องไปทำงานพิเศษแล้วหนิ ไม่รีบไปเหรอไง จุนซูชี้ให้ดูเวลา

อ๊ากกก! อีกแล้วเหรอเนี่ย ฉันสายอีกแล้วเหรอ!!!

พูดจบเขาก็รีบคว้ากระเป๋า แล้วบอกลาจุนซูทันที

-- ร้านอาหาร กองจู -- เวลา 18:45.

ขอโทษนะครับคุณมิอิม ผมรีบมาสุดๆแล้ว แจจุงพูดไปหอบไป นั่นคงเป็นเพราะระยะทางที่เขาวิ่งมาไกลไม่น้อยอยู่เหมือนกัน

อู้ย ไม่เป็นไรหรอกจ้า สายนิดสายหน่อยไม่ต้องคิดมากหรอก คุณมิอิม เป็นเจ้าของร้านกองจูที่แจจุงทำงานอยู่

เธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีอารมณ์ขันอยู่เสมอ รูปร่างค่อนข้างอวบ ชอบพูดจาด้วยเสียงสูง

ก็ผมเกรงใจหนิครับ แจจุงพูดอย่างรู้สึกผิด

แหม อะไรกัน ไม่ได้สายเป็นชั่วโมงซักหน่อย คุณมิอิมพูดอย่างเอ็นดู

ครับๆ งั้นผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ แจจุงสบายใจที่คุณมิอิมไม่ได้คิดมากเรื่องที่เขามาสาย

แจจุงทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟของร้านนี้มาได้ 2-3 เดือนแล้ว จริงๆแล้วเงินที่ได้ก็ไม่ได้เยอะมากหรอก แต่ที่เขายังทำอยู่ที่นี้เพราะคุณมิอิมตั้งหากหล่ะ

คุณมิอิมเอ็นดูเขาเหมือนเขาเป็นลูกชายคนนึงเลยทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวกับร้านแห่งนี้

โต๊ะ 9 เก็บเงินด้วยจะ เสียงแหลมสูง ที่คุ้นเคยดังขึ้น

ครับผมๆ ไม่ต้องพูดดังขนาดนั้นก็ได้พี่ฮีซอล แจจุงบอกพี่สาว(??)คนสวย

จริงๆแล้วฮีซอลเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ในร้านมาก่อนแจจุง

แต่ด้วยความที่เป็นคนหน้าสวยอยู่เป็นทุน

ทำให้ลูกค้ามักเข้าใจผิด เรียกฮีซอลเป็นผู้หญิงอยู่บ่อยๆ

แหม! เบาๆแล้วจะได้ยินเหรอจ๊ะ ฮีซอลผู้ร่าเริงอยู่เสมอตอบกลับทันควัน

//พี่ฮีซอลร่าเริงได้ตลอดเวลาจริงๆ// เวลาเขาได้คุยกับพี่ฮีซอล เขามักได้รอยยิ้มกลับมาเสมอ

เอ้าสองสาว! มีลูกค้าเขามาอีกแล้ว ช่วยรับหน่อยเร็ว เสียงคุณมิอิมดังขึ้น

แจจุงชินกับการที่คุณมิอิมคิดว่าเขาเป็นลูกสาวคนนึงของเธอไปแล้ว

ก็ด้วยความที่มีหน้าตาหวานซะขนาดนั้น ใครเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้

ผิวที่ขาวเนียนจนผู้หญิงบางคนยังต้องอายไปเลย

รูปร่างก็บอบบางน่าถะนุถนอมซะขนาดนั้น (-///-)

ลูกค้าที่เข้ามาใหม่เป็นชายร่างสูง เขาสวมเสื้อแจ๊คเก็ตที่เทาอ่อนกับกางกางยีนส์ขนาดพอดีตัว

แก้มของเขาแดงระเรื่อย เพราะอากาศที่หนาวเหน็บในค่ำคืน

นี่ๆ แจดูซิ ลูกค้าคนนี้หล่อดีเน๊อะ ฮีซอลรีบเรียกแจจุงทันทีที่เห็นชายคนนี้

อะไรกันพี่ ผมจะมองผู้ชายไปทำไม แจจุงตอบฮีซอลอย่างขำๆ

จะจะ ก็ได้ วันหลังฉันเจอของดีจะไม่เรียกแกแล้ว ฮีซอลงอนไปซะแล้ว

แต่แจจุงก็รู้ว่าพี่สาวคนนี้ไม่เคยงอนอะไรจริงจังหรอก

เธอเป็นผู้ชายประเภทโกรธง่ายหายเร็ว (ตกลงเป็นผู้ชายใช่ม่ะ -_-)

//แต่ก็จริงแบบที่พี่ฮีซอลบอกแหะ มันหล่อจริงๆด้วย//

//จมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่เรียวได้รูป.// แจจุงมักจะปากไม่ตรงกับใจ

เอ่อ ไม่ทราบว่ากี่ท่านครับ แจจุงรีบถามลูกค้าหนุ่ม

เห็นผมมากี่คนหล่ะครับ? ชายหนุ่มตอบ พร้อมทั้งหน้าทะเล้นโชว์เขี้ยว

//หมอนี่!!! ฉันเกลียดนักหล่ะพวกกวนบาทาเนี่ย// แจคนสวยได้แต่คิดในใจ

ผมก็ถามดู ท่านเดียวใช่รึเปล่าครับ งั้นโต๊ะนี้เลยแล้วกัน พร้อมทั้งชี้ไปทางที่มีโต๊ะว่างอยู่

ผมไม่ได้มากินหรอกครับ อิอิ ชายหนุ่มยิ้มแป้นตอบหน้าตาเฉย

อ้าวคุณ มาร้านอาหารไม่ได้มากินอาหารแล้วมาดูหนังเหรอไง? แจจุงหมดความอดทนกับความกวนบาทาของหมอนี่ไม่ไหวแล้ว

ผมมาสมัครเป็นนักร้องครับ พร้อมกับโชว์กีต้าร์ที่สะพายมาด้วย

ผมชอง ยุนโฮครับ


[TO BE CONTINUED]

เขียนฟิคเปนเรื่องแรกเลยอ่า ขอฝากตัวด้วยน้าาาาาา

ยังไงก้อติชมกันด้วยหล่ะ เม้นท์กันเยอะๆๆ :)

คำเตือน: ถ้าคุณรับไม่ได้กับ Boy's Love กรุณาปิดหน้าต่างนี้อย่างสันติ

- - - - - - - - - -

ใครจะรู้ว่าเวลาเพียงไม่นาน จะทำให้เราพบกับความรักที่เราอาจจะหาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว.

มันอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ก็เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ?
ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความบังเอิญ.

#ตรู๊ดๆ.ตรู๊ดๆ#

ใครโทรมาดึกขนาดนี้เนี่ย ตีสองกว่าแล้วนะ


หืม?...เบอร์แปลกๆด้วย รับดีรึเปล่านะ คิม แจจุง หนุ่มหน้าสวยบ่นอยู่กับตัวเอง

ขณะนี้เป็นเวลาตีสองกว่าแล้วในกรุงโซล แจจุงกำลังเล่น msn คุยกับเพื่อนคนสนิทของเขา คิม จุนซู แต่อยู่ดีดีก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา

นายว่าฉันรับดีมั๊ยจุนซู? มีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามาหล่ะ แจจุงพิมพ์ถาม เพราะปกติแล้วเขาไม่รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆอยู่แล้ว แล้วยิ่งโทรมาดึกขนาดนี้ ยิ่งดูไม่น่าไว้ใจซักเท่าไหร่

ก็ลองรับดูสิ โทรมาดึกขนาดนี้อาจจะมีอะไรฉุกเฉินก็ได้นะ จุนซู ชายหนุ่มผู้มองโลกในแง่ดีพิมพ์ตอบกลับมา


อืม งั้นแป๊บนึงนะ ว่าแล้วแจจุงก็รับโทรศัพท์ที่ดังอยู่พักใหญ่

. แจจุงเงียบ เพื่อฟังเสียงก่อนว่าเป็นใครโทรมา


.
สวัสดีครับ มีเสียงชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเปิดบทสนทนา

นั่นคิม แจจุง รึเปล่าครับ? อีกฝ่ายถามโดยไม่รอช้า

ใช่ แจจุงตอบด้วยเสียงงงๆ เพราะเขามั่นใจว่าไม่เคยได้ยินเสียงชายคนนี้

เอ่อ ผมเป็นเพื่อนของยูชอนนะครับ คือผมจะถามเกี่ยวกับร้านอาหารที่คุณทำงานอยู่ ได้รึเปล่าครับ?

//เจ้ายูชอน เอาเบอร์ฉันไปแจกใครมั่วซั่วเนี่ย ถ้าเจอตัวต้องจัดการซะหน่อยแล้ว// แจจุงคิดโมโหเพื่อนตัวแสบในใจ


เอ่อได้สิครับ แจจุงตอบ

ผมได้ยินว่าตอนนี้ที่ร้านคุณกำลังมองหานักร้องอยู่หนิครับ ชายหนุ่มถาม

ก็ใช่ครับ.ร้านเราเปิดค่อนข้างดึก แล้วลูกค้าก็อยากฟังที่เพลงสดๆกันหน่ะครับ แจจุงตอบ

คือผมสนใจจะไปร้องเพลงที่นั่นหน่ะครับ ไม่ทราบว่ายังเปิดรับอยู่รึเปล่า


ก็ยังเปิดรับอยู่เรื่อยๆนะครับ แจจุงตอบอย่างงงๆ งงกับน้ำเสียงที่ดูกระตือรือร้นผิดกับเวลาในตอนนี้

แค่นี้นะครับ ขอบคุณมากเลยครับ ฝันดีน้า ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง

ว่าแต่นายชื่. แจจุงกำลังเอ่ยปากถาม


#ตื้ด#


ฮัลโหล.ฮัลโหลฮัลโหล ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาซะแล้ว


//อะไรของมันฟะ ชื่ออะไรก็ไม่เห็นบอก รายละเอียดอะไรก็ไม่ถามเลยเหรอไงเนี่ย// แจจุงอดนึกโมโหไม่ได้

//เออช่างมันเหอะ// ว่าแล้วก็หันกลับไปที่คอม

ใครก็ไม่รู้อ่ะ โทรมาถามเรื่องเปิดรับสมัครนักร้องอ่ะ ที่ร้านที่ฉันทำอยู่ แจจุงพิมพ์บอกเพื่อนสนิท

เหรอ -___- เขาชื่ออะไรหล่ะ? จุนซูถาม

ไม่รู้อ่ะ ฉันยังไม่มีโอกาสถามเลย เขาวางหูไปก่อนแล้ว

อืมมม แปลกดีแหะ จุนซูก็งงไม่แพ้ไปกับแจจุง

อ๋อ เขาบอกว่าเขาเป็นเพื่อนกับยูชอนหล่ะ แจจุงนึกขึ้นได้

.เพื่อนของตานั่นหน่ะหรอ จุนซูเปลี่ยนน้ำเสียง (นี่ขนาดเล่น msn นะเนี่ย แจจุงยังรู้เลยว่าเปลี่ยนน้ำเสียง)

อืม

ถ้าเป็นเพื่อนของตานั่นคงไม่ใช่คนดีซักเท่าไหร่หรอก อย่าไปสนใจเลย จุนซูบอกเพื่อนของเขา

นายนี่ก็นะ จะไปจงเกลียดจงชั่งอะไรตายูชอนมันนักหนา แจจุงอดขำเพื่อนเขาไม่ได้

ฉันยังไม่เห็นเขาร้ายอะไรกับนายเลยหนิ

ไอบ้านั่นมันชอบแกล้งฉัน ไม่รู้อะไรนักหนา ไม่รู้ชาติที่แล้วฉันไปทำไรให้มัน จุนซูยิ่งโมโหเมื่อพูดถึงชื่อตาคนนี้

วันก่อนนะ ไปกินข้าวที่โรงอาหาร มันก็แย่งที่นั่งฉัน พอฉันไปซื้อน้ำ มันก็มาเบียดๆ ฉันโมโหมันมากเลย จุนซูเริ่มบ่น

วันก่อนนู้นมันก็มาแกล้งฉันตอนฉันนั่งเรียนอยู่ ฉันนะกำลังนั่งเล็คเชอร์อยู่ดีดี.

เออนี่ จุนซู ฉันเริ่มง่วงแล้วหล่ะ ฉันขอตัวไปนอนดีกว่า แจจุงตัดบท เพราะเขารู้ดีถึงความขี้บ่นของจุนซูคนนี้ เขาเคยนั่งฟังจุนซูบ่น non-stop มา 3 ชั่วโมงแล้ว

เอออ ก็ได้ นายไปนอนเหอะ ฉันขอนั่งโหลดหนังต่ออีกแป๊บ จุนซูเข้าใจว่าเพื่อนเขาคงง่วงแล้ว

อืมๆ งั้นฉันไปนอนก่อนนะ เจอกันที่มหาลัยพรุ่งนี้แล้วกัน บายยย แจจุงลาเพื่อน

บายยย *__* จุนซูตอบ

หลังจากปิดคอม แจจุงเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวเข้านอน เขาหันไปมองนาฬิกาเห็นว่าตอนนี้เวลาปาเข้าไป 03:15 แล้ว

//ดึกแล้ว เราน่าจะรีบนอนดีกว่า เดี๋ยวผิวสวยๆเราเสียหมด// แจจุงคิดเข้าข้างตัวเองอยู่คนเดียว

#ตรู๊ดๆ.ตรู๊ดๆ# เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น

//อย่าบอกนะ ว่าเป็นเจ้าจุนซูโทรมาบ่นต่อ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงไม่ได้นอนแน่ๆคืนนี้// แจจุงนึกในใจ

เอ๊ะ เบอร์แปลกๆอีกแล้วหนิ แจจุงพูดกับตัวเอง

ฮัลโหล นอนรึยังครับ? อีกฝ่ายเริ่มคำถามก่อน

ก็กำลังจะเข้านอนแล้วหล่ะ นายโทรมา มีอะไรอีกรึเปล่า? แจจุงถามกลับ

คือ เมื่อกี้ผมลืมถามไปหน่ะ ว่าร้านอยู่ตรงไหน เปิดกี่โมง อะไรแบบนี้อ่ะครับ ชายหนุ่มถามด้วยเสียงเขินๆในความขี้ลืมของตนเอง

อ๋อ ผมก็ว่างั้นแหล่ะ ว่านายยังไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยหนิ แจจุงอดขำไม่ได้เหมือนกัน

ร้านเราตั้งอยู่ตรงหัวมุมของถนน xxxx เดินมาก็เห็นเลยอ่ะ ร้านป้ายสีแดงๆใหญ่ๆ เปิดตั้งแต่ 10:30 ถึง 00:30 แจจุงตอบ

ครับ ครับ แล้วแจจุงเริ่มทำงานกี่โมงหล่ะ? ชายหนุ่มถามต่อ

ผมเริ่มตั้งแต่หกโมงครึ่งจนปิดร้าน เพราะผมต้องรอเรียนเสร็จก่อน แจจุงตอบ

ถามทำไมเหรอ? แจจุงถามกลับ

ป่าวครับ เผื่อได้เจอกันไงหล่ะ อิอิ ชายหนุ่มเริ่มทำเสียงทะเล้น

//อะไรของมันวะเนี่ย!!// แจจุงคิดในใจ

เหรอ แจจุงตอบแห้งๆ

อิอิ ผมไม่กวนแจจุงแล้วดีกว่า ไปนอนเหอะครับ

อ๋อ แล้วอีกอย่างผมลืมบอกชื่อผมไปเลย โทษทีนะเสียมารยาทมากเลย ชายหนุ่มขอโทษขอโพย

ผมชื่อยุนโฮครับ ชอง ยุนโฮ

แค่นี้นะครับ ฝันดีนะ

#ตื้ด#

เดี๋ยวนาย. แจจุงพูด

//ไม่ทันอีกแล้ว ไอบ้านี่จะรีบไปไหนของมันเนี่ย//

//นอนดีกว่า ดึกแล้ว ดีนะที่พรุ่งนี้เรียนบ่ายโมง ไม่งั้นฉันไปเรียนในสภาพผีดิบแน่ๆเลย//

#ลัลล้า ลัลล้า# เสียง sms ของแจจุงดังขึ้น (เสียงน่ารักไปรึเปล่าพ่อคุณ)

//วันนี้อะไรกันนักหนาเนี่ย มาขายดีอะไรกันตอนนี้// แจจุงนึกในใจ

มือก็กดโทรศัพท์เพื่ออ่านข้อความที่ส่งเข้ามา

#you have 1 new message#

#ติ๊ดๆๆ#

#ขอบคุณมากนะครับ ฝันดีน้า

Sender:

001-231-xxxxx

Sent:

03:18:56

7 Jul 2006#

//เบอร์ของนายยุนโฮอะไรนั่นหนิ จะส่งทำไมเนี่ย เรายังไม่ได้ช่วยอะไรมากมายเลย//

//เอ๊ะ! หรือว่าเขาจะมาจีบเราเนี่ย.บ้าน่าแจจุง อยู่ดีดีเขาจะมาจีบเราทำไม อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชาย บ้าไปกันใหญ่แล้วเรา นอนดีกว่า//

แจจุงวางโทรศัพท์ลง แล้วล้มตัวลงนอนเพราะความเหนื่อย

แน่สิเขาต้องเหนื่อยอยู่แล้ว.

ต้องหาเลี้ยงตัวเอง พ่อแม่เขาเสียไปด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกตั้งแต่เขา 5 ขวบ

หลังจากนั้นเขาก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด

ไปอยู่กับคุณลุง ก็เหมือนไปเป็นภาระของเขา

สายตาที่เขามอง เขามองแจจุงเหมือนเป็นส่วนเกินของครอบครัว

เขาจึงทนไม่ไหว ถึงได้ออกจากบ้านลุง

ออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง

เหนื่อยมั๊ย.เหนื่อยสิ

แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเป็นภาระของใคร

ถึงจะลำบาก แต่เขาก็ภูมิใจกับสิ่งที่เขาหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

เห็นเขาบอบบางแบบนี้ แต่เขาก็มีความอดทนไม่แพ้ผู้ชายตัวใหญ่ๆ

ที่เขายอมเหนื่อย ยอมอดทน ก็เพราะเขามีความฝัน

ฝันหนึ่งที่เขาจะทำให้ได้ ต่อให้ลำบากแค่ไหน เขาก็จะไปให้ถึง

[TO BE CONTINUED]