
งั่มๆ
#ปิ๊บๆๆ ปิ๊บๆๆ#
//เสียงไรเนี่ย น่ารำคาญจริงเลย คนกำลังนอนสบายๆ////เอ๊ะ! เสียงคุ้นๆนี่หว่า.//
ว๊ากกกกก!! แจจุงร้องเสียงหลง
นี่มันกี่โมงเข้าไปแล้วเนี่ย!! ปากก็บ่น มือก็คลำหาโทรศัพท์ที่กำลังเรียกปลุก
หาาาาาา นี่มันจะบ่ายโมงแล้วหนิ!! คนสวยของเราตอนนี้ไม่เหลือสภาพซะแล้ว ทั้งหัวที่ยุ่งเหมือนรังนก ไหนจะเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี้
ตายแน่เลย อาจารย์วิชานี้ยิ่งโหดๆอยู่ด้วย!
ทันทีที่จบคำพูด แจจุงก็รีบวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไปทำภารกิจส่วนตัวทันที
-- มหาวิทยาลัย xx -- เวลา 13:15น.
แฮ่กๆๆๆๆ เสียงหอบของแจจุงดังมาแต่ไกล
//เพราะตายุนโฮไรนั่นคนเดียว ทำให้ฉันต้องตื่นสาย// (ได้ข่าวว่าเธอเองที่นอนดึก -_-)
//ไม่อยากขาดเล็คเชอร์วิชานี้เลย เพราะเห็นรุ่นพี่บอกว่าสอบยากมากซะด้วย//
//ตายแน่ๆเลยฉัน// แจจุงวิ่งไปนึกนู้นนี่ไปเรื่อย
เฮ้ยยยยย!!!
#โครมมมม#
แจจุงวิ่งชนกับอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง เป็นเพราะเขามัวแต่คิดนู้นคิดนี่ตลอดทาง จนทำให้เขาไม่ได้มองทางข้างหน้า
อูย ขอโทษครับ แจจุงกล่าวขอโทษ พร้อมทั้งพยุงตัวเองขึ้นมาจากพื้น
ผมขอโทษจริงๆนะครับ แจจุงกล่าวคำขอโทษอีกครั้ง เพราะเขารู้ตัวดีว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องขึ้น พร้อมทั้งยื่นมือเพื่อจะพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา
#ผลั่ก!#
แต่อีกฝ่ายกลับไม่ต้องการ เขาปัดมือของแจจุงออกอย่างแรง
ไม่ต้อง.ผมลุกเองได้ ชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาตอบอย่างหน้าตาเฉย
//หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดี ทำไมนิสัยแบบนี้เนี่ย// แจจุงคิดในใจ แต่เขาก็ยังรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิด
ชายหนุ่มร่างสูงลุกขึ้น พร้อมกับจัดแว่นตาให้ตรง มือก็ปัดเสื้อแจ๊คเก็ตหนังสีดำที่เปรอะ
ผมขอโทษนะครับ ผมไม่ได้มองทางอ่ะ เลยเป็นแบบนี้ แจจุงขอโทษอีกครั้ง
. ไม่มีเสียงตอบจากชายหนุ่มคนนั้น
ชายหนุ่มร่างสูงค่อยๆก้มลงไปเก็บหนังสือที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น
เดี๋ยวผมช่วยนะครับ แจจุงก้มตัวลงไปเพื่อจะช่วยเก็บ
ผมบอกว่าไม่ต้องไง ชายร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
อ่ะ. แจจุงจึงไม่กล้าเอื้อมมือไปช่วย
ชายร่างสูงเก็บหนังสือเสร็จแล้วเดินจากไปทันที ไม่มองแม้แต่หน้าของแจจุง
ทำให้แจจุงงงไม่ใช่น้อย ก็รู้ว่าเป็นฝ่ายผิด แต่ทำไมต้องทำตัวเย็นชาขนาดนี้ด้วยเนี่ย
เอ๊ะ นี่บัตรอะไรตกอยู่หน่ะ แจจุงเหลือบไปเห็นบัตรใบหนึ่งตกอยู่แถวนั้น
แจจุงค่อยๆก้มตัวลงมาเก็บบัตรใบนั้น
ชิม ชางมิน แจจุงอ่านชื่อจากบัตรนักศึกษา
//หืม นี่เด็กปีหนึ่งเองเหรอ? ทำไมตัวสูงขนาดนั้นเนี่ย//
//เอ้ย! ฉันต้องคืนบัตรให้มันดิฟะ ไม่ใช่นั่งชมอยู่//
นาย.... แจจุงรีบหันไปเรียกหนุ่มร่างสูง แต่ไม่ทันซะแล้ว
หนุ่มร่างสูงหายไปไร้ร่องรอย
//หายไปไหนของเขาเนี่ย ไวจริงๆ//
//ไว้เอาค่อยหาวิธีคืนเขาดีกว่า //
//ว่าแต่เรากำลังรีบอยู่ไม่ใช่หรอ?// แจจุงเพิ่งนึกได้ว่าเขากำลังสายแล้ว
เวรกรรม! บ่ายโมงจะครึ่งแล้ว แจจุงร้องเสียงหลงเมื่อหันไปดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ
ว่าแล้วก็รีบวิ่งไปที่ห้องเล็คเชอร์
-- โรงอาหาร -- เวลา 17:30น.
เฮ้ออออ แจจุงถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมทั้งวางกระเป๋าใบโตลงบนโต๊ะ
เป็นอะไรไปหล่ะ? จุนซูที่นั่งรออยู่แต่แรกถามเพื่อนคนสนิท
วันนี้ฉันซวยทั้งวันเลยอะ แจจุงบ่นพร้อมทำหน้าเบ้
ทำไมอ่ะ เจออะไรมาเหรอ? จุนซูถามพร้อมทำหน้าปลาโลมาขี้สงสัย (ไปนึกกันเอาเอง -_-)
ไหนจะเข้าเรียนสาย ไหนจะเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วเมื่อตอนเที่ยงวิ่งชนกับคนเย็นชาอีก แจจุงบ่น
คนเย็นชา? จุนซูงง
ใครเหรอคนเย็นชาที่นายว่า เป็นนิสัยของจุนซูอยู่แล้ว ที่จะสงสัยไปได้ทุกเรื่อง
เอ่า ไอคนนี้เนี่ยแหละ แจจุงตอบพร้อมกับโยนบัตรนักศึกษาให้จุนซู
!!!! จุนซูอึ้งทันทีที่เห็นหน้านายชางมินในบัตรนักศึกษา
แจจุงงงกับท่าทางของเพื่อนเขา นายชางมินคนนี้มันเป็นใครสำคัญเหรอไง?
เป็นไรไป ทำหน้าอย่างกับเห็นผี แจจุงถาม
นายไม่รู้จักชิม ชางมินเหรอ? จุนซูถามกลับ
ไม่อ่ะ ทำไมเหรอเขาเป็นใคร? แจจุงตอบพร้อมทั้งส่ายหน้า
ชิม ชางมิน นายแบบที่กำลังมาแรงไง เขาถ่ายลงหนังสือตั้งหลายเล่มอ่ะ
ว่าแล้วจุนซูก็หยิบนิตยสารวัยรุ่นจากกระเป๋าของเขาขึ้นมา
นี่ไงๆ จุนซูชี้ให้แจจุงดูภาพในนิตยสาร
//เออหว่ะ นี่มันไอคนเย็นชานั่นจริงๆด้วย//
//ดูดีดีมันก็หล่อเหมือนกันนะ -///-//
//ไม่สิ หล่อแต่ทำหน้าไม่รับแขกแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์หรอก//
//ดูสิทำท่าเก๊กอีก ภาพนี้ก็เก๊ก// แจจุงดูไปวิจารณ์ไป (วิจารณ์ซะเละเชียวพ่อคุณ)
นี่แจ
หืม? อะไรเหรอ? แจจุงได้สติทันทีที่จุนซูทัก
นี่ใกล้เวลานายต้องไปทำงานพิเศษแล้วหนิ ไม่รีบไปเหรอไง จุนซูชี้ให้ดูเวลา
อ๊ากกก! อีกแล้วเหรอเนี่ย ฉันสายอีกแล้วเหรอ!!!
พูดจบเขาก็รีบคว้ากระเป๋า แล้วบอกลาจุนซูทันที
-- ร้านอาหาร กองจู -- เวลา 18:45น.
ขอโทษนะครับคุณมิอิม ผมรีบมาสุดๆแล้ว แจจุงพูดไปหอบไป นั่นคงเป็นเพราะระยะทางที่เขาวิ่งมาไกลไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
อู้ย ไม่เป็นไรหรอกจ้า สายนิดสายหน่อยไม่ต้องคิดมากหรอก คุณมิอิม เป็นเจ้าของร้านกองจูที่แจจุงทำงานอยู่
เธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีอารมณ์ขันอยู่เสมอ รูปร่างค่อนข้างอวบ ชอบพูดจาด้วยเสียงสูง
ก็ผมเกรงใจหนิครับ แจจุงพูดอย่างรู้สึกผิด
แหม อะไรกัน ไม่ได้สายเป็นชั่วโมงซักหน่อย คุณมิอิมพูดอย่างเอ็นดู
ครับๆ งั้นผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ แจจุงสบายใจที่คุณมิอิมไม่ได้คิดมากเรื่องที่เขามาสาย
แจจุงทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟของร้านนี้มาได้ 2-3 เดือนแล้ว จริงๆแล้วเงินที่ได้ก็ไม่ได้เยอะมากหรอก แต่ที่เขายังทำอยู่ที่นี้เพราะคุณมิอิมตั้งหากหล่ะ
คุณมิอิมเอ็นดูเขาเหมือนเขาเป็นลูกชายคนนึงเลยทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวกับร้านแห่งนี้
โต๊ะ 9 เก็บเงินด้วยจะ เสียงแหลมสูง ที่คุ้นเคยดังขึ้น
ครับผมๆ ไม่ต้องพูดดังขนาดนั้นก็ได้พี่ฮีซอล แจจุงบอกพี่สาว(??)คนสวย
จริงๆแล้วฮีซอลเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ในร้านมาก่อนแจจุง
แต่ด้วยความที่เป็นคนหน้าสวยอยู่เป็นทุน
ทำให้ลูกค้ามักเข้าใจผิด เรียกฮีซอลเป็นผู้หญิงอยู่บ่อยๆ
แหม! เบาๆแล้วจะได้ยินเหรอจ๊ะ ฮีซอลผู้ร่าเริงอยู่เสมอตอบกลับทันควัน
//พี่ฮีซอลร่าเริงได้ตลอดเวลาจริงๆ// เวลาเขาได้คุยกับพี่ฮีซอล เขามักได้รอยยิ้มกลับมาเสมอ
เอ้าสองสาว! มีลูกค้าเขามาอีกแล้ว ช่วยรับหน่อยเร็ว เสียงคุณมิอิมดังขึ้น
แจจุงชินกับการที่คุณมิอิมคิดว่าเขาเป็นลูกสาวคนนึงของเธอไปแล้ว
ก็ด้วยความที่มีหน้าตาหวานซะขนาดนั้น ใครเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้
ผิวที่ขาวเนียนจนผู้หญิงบางคนยังต้องอายไปเลย
รูปร่างก็บอบบางน่าถะนุถนอมซะขนาดนั้น (-///-)
ลูกค้าที่เข้ามาใหม่เป็นชายร่างสูง เขาสวมเสื้อแจ๊คเก็ตที่เทาอ่อนกับกางกางยีนส์ขนาดพอดีตัว
แก้มของเขาแดงระเรื่อย เพราะอากาศที่หนาวเหน็บในค่ำคืน
นี่ๆ แจดูซิ ลูกค้าคนนี้หล่อดีเน๊อะ ฮีซอลรีบเรียกแจจุงทันทีที่เห็นชายคนนี้
อะไรกันพี่ ผมจะมองผู้ชายไปทำไม แจจุงตอบฮีซอลอย่างขำๆ
จะจะ ก็ได้ วันหลังฉันเจอของดีจะไม่เรียกแกแล้ว ฮีซอลงอนไปซะแล้ว
แต่แจจุงก็รู้ว่าพี่สาวคนนี้ไม่เคยงอนอะไรจริงจังหรอก
เธอเป็นผู้ชายประเภทโกรธง่ายหายเร็ว (ตกลงเป็นผู้ชายใช่ม่ะ -_-)
//แต่ก็จริงแบบที่พี่ฮีซอลบอกแหะ มันหล่อจริงๆด้วย//
//จมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่เรียวได้รูป.// แจจุงมักจะปากไม่ตรงกับใจ
เอ่อ ไม่ทราบว่ากี่ท่านครับ แจจุงรีบถามลูกค้าหนุ่ม
เห็นผมมากี่คนหล่ะครับ? ชายหนุ่มตอบ พร้อมทั้งหน้าทะเล้นโชว์เขี้ยว
//หมอนี่!!! ฉันเกลียดนักหล่ะพวกกวนบาทาเนี่ย// แจคนสวยได้แต่คิดในใจ
ผมก็ถามดู ท่านเดียวใช่รึเปล่าครับ งั้นโต๊ะนี้เลยแล้วกัน พร้อมทั้งชี้ไปทางที่มีโต๊ะว่างอยู่
ผมไม่ได้มากินหรอกครับ อิอิ ชายหนุ่มยิ้มแป้นตอบหน้าตาเฉย
อ้าวคุณ มาร้านอาหารไม่ได้มากินอาหารแล้วมาดูหนังเหรอไง? แจจุงหมดความอดทนกับความกวนบาทาของหมอนี่ไม่ไหวแล้ว
ผมมาสมัครเป็นนักร้องครับ พร้อมกับโชว์กีต้าร์ที่สะพายมาด้วย
ผมชอง ยุนโฮครับ
[TO BE CONTINUED]